วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความปลอดภัยในการโยนโบว์ลิ่ง

ความปลอดภัยในการโยนโบว์ลิ่ง

          แม้โบว์ลิ่งจะเป็นกีฬาที่ไม่ต้องมีการปะทะกันระหว่างผู้เล่น แต่ความปลอดภัยยังเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นๆ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในกีฬาโบว์ลิ่ง อาจจะมาจาก
1. พื้นเลนลื่นเกินไป ซึ่งการที่พื้นเลนลื่นมาจากการลงน้ำมันลื่นมากเกินไป ขณะเล่นอาจทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย
2. พื้นเลนฝืดเกินไป สาเหตุอาจเนื่องมาจากขาดการดูแล ไม่ขัดมัน หรือลงน้ำมันน้อยเกินไป อีกสาเหตุหนึ่งคือผู้เล่นทำเครื่องดื่มหกเลอะเทอะ ส่งผลให้เวลาเล่นจะก้าวเท้าลำบาก สไลด์ไม่สะดวก ทำให้หกล้มได้ง่ายเช่นกัน
3. พื้นรองเท้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งพื้นรองเท้าต้องเป็นวัสดุที่ช่วยให้สไลด์ได้ง่าย นิยมทำด้วยหนัง ก่อนเล่นผู้เล่นควรตรวจให้เรียบร้อย ถ้าพื้นรองเท้าเปียกชื้นจะทำให้ลำบากต่อการก้าวและสไลด์ ควรเช็ดให้แห้งเสียก่อน และรองเท้าต้องไม่คับหรือหลวมเกินไป เชือกผูกต้องผูกให้มิดชิด
4. ลูกโบว์ลิ่งไม่ได้ขนาด ผู้เล่นควรพิถีพิถันในการเลือกลูกโบว์ลิ่ง เพราะถ้าเลือกลูกโบว์ลิ่งที่มีรูสำหรับใส่นิ้วคับหรือหลวมเกินไปจะเป็นอุปสรรคในการโยน และที่สำคัญการเสียดสีระหว่างนิ้วมือกับรูจะมีมากทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
5. ขาดความระมัดระวังในการโยน ซึ่งจากความไม่ระมัดระวังนี้อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทั้งต่อตนเองและผู้เล่นอื่นๆ คือลูกโบว์ลิ่งหลุดมือโดนเท้า โดนขา หรือโดนผู้เล่นที่อยู่ด้านหลัง
6. ขาดความระมัดระวังในการจับลูกโบว์ลิ่ง ซึ่งมักพบบ่อยเนื่องจากผู้เล่นไม่ระมัดระวังในการจับลูกโบว์ลิ่งจากรางเพื่อการโยน ทำให้ลูกโบว์ลิ่งกระแทกมือได้ง่ายๆ

http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/Security-in-bowling.html

มารยาทในการโยนโบว์ลิ่ง

มารยาทในการโยนโบว์ลิ่ง

มารยาทในการโยนโบว์ลิ่ง

1. ควรสวมรองเท้าโบว์ลิ่งทุกครั้งที่เล่น
2. ไม่นำอาหาร และเครื่องดื่มขึ้นไปรับประทานข้างบนแอพโพรช
3. ไม่ควรพูดจารบกวนสมาธิผู้เล่นที่กำลังจะโยน
4. ไม่ใช้อุปกรณ์การเล่นของผู้อื่น และดูแลไม่ให้อุปกรณ์ไปกีดขวางผู้เล่นอื่น
5. หากกรณีที่พร้อมจะโยน ควรเสียสละให้ผู้เล่นด้านขวามือเล่นก่อน
6. ควบคุมอารมณ์ และไม่ส่งเสียงรบกวนผู้เล่นอื่น
7. ไม่ควรแกว่งลูกขณะที่ไม่ได้อยู่บนแอพโพรช (Approach เป็นพื้นที่ ที่ผู้เล่นใช้ยืนและก้าวท้าวก่อนโยน) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
8. ไม่ยืนขวางทางผู้เล่นคนอื่นในการขึ้นไปบนแอพโพรช
9. ไม่ขึ้นไปบนแอพโพรชขณะที่มีผู้เล่นทางขวา และซ้ายอยู่ก่อนแล้ว
10. รักษาเวลาในการอยู่บนแอพโพรช
           มารยาทในการเล่นโบว์ลิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ และไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งเพราะหากเราเล่นโบว์ลิ่งโดยไม่ปฎิบัติตามมารยาทผลที่ตามมาคือ อาจจะเกิดอันตรายได้ ยังไงก็ตามควรปฎิบัติตามไว้ก่อนจะดีที่สุด ไม่ว่าจะกีฬาประเภทอื่นๆ ก็ตามเราต้องเข้ามารยาทให้มากที่สุดต่อให้เราเล่นไม่เก่งก็ไม่มีใครมาว่าเราได้ และจะทำให้การเล่นสนุก และเกิดบรรยากาศที่ดีได้

http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/Etiquette-in-bowling.html

การนับคะแนนโบว์ลิ่ง

การนับคะแนนโบว์ลิ่ง


Name
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
A
X
7  2
9  /
8 1
X
X
9 /
0 /
7 2
1 / X
19
28
46
55
84
104
114
131
140
160
หมายเหตุ ใน 1  เกมส์  จะมีทั้งหมด  10  เฟรม   ตัวหนังสือสีฟ้า เป็นตัวเลขบอก เฟรมครับ
แต่ละเฟรมโยนได้  2 ครั้ง ครับ  ถ้าโยนสไตรค์ล้มหมดครั้งแรก  ครั้งที่ 2  ไม่ต้องโยน
1 ชื่อ 1 แถวนี้ เขาเรียก 1 game ครับ  ถ้า 3 ชื่อ ก็ 3 เกมส์
ทำความรู้จัก ความหมายของคำต่างๆที่ใช้คิดคะแนน 
สไตรค์ STRIKE   คือการโยน  พินล้มทั้ง 10 พิน ในครั้งที่ 1
 และไม่มีการโยนครั้งที่ 2 สัญลักษณ์เป็น X
การคิดคะแนนคะแนนของเฟรมนั้นๆจะเท่ากับ10 คะแนนและรอบวกอีก 2 ครั้งของการโยนถัดไป 
ตัวอย่าง  เช่น  เฟรมที่  1 ( สีฟ้า เรียก เฟรม )   จะมีคะแนนเท่ากับ 10+7+2 = 20
คะแนนที่ปรากฏในช่องสีแดงเป็น 19 คะแนน ครับ
ความหมายก็คือ โยนเฟรมที่ 1 ครั้งแรก พินล้มจำนวนทั้งหมด 10 พิน เราเรียกว่า strikeคะแนนในเฟรมที่ 1 จึงต้อง รอบวกอีก 2 ครั้งของการโยน ถัดไป ซึ่งเป็นการโยนในเฟรมที่ 2  การโยนในเฟรมที่ 2 ครั้งแรกโยนได้ 7 และครั้งที่ 2  โยนได้ 2
คะแนน เฟรมที่ 1 จึงเป็น 10+7+2=19
สแปร์  SPARE คือการโยนพินล้มทั้งหมด ในการโยนครั้งที่ 2  จะมีสัญลักษณ์ เป็น  /
การคิดคะแนนเฟรมนั้น  จะเท่ากับ 10 คะแนนและรอบวกอีก 1 ครั้งของการโยนถัดไป 
ตัวอย่าง เช่น   เฟรมที่ 3  คะแนนเฟรมที่ 3  จะเป็น   10+8 = 18
คะแนนที่ปรากฏในช่องสีแดงเป็น46 เนื่องจากเป็นคะแนนรวม  ซึ่งเท่ากับ 28 + 18 =46 คะแนน

ความหมายจากตารางเฟรมที่ 3 โยนครั้งแรกได้ 9 โยนครั้งที่ 2 เก็บสแปร์ได้ คะแนนเฟรมที่ 3 จึงรอบวกอีก 1 ครั้งของการโยนในเฟรมที่ 4 ซึ่งเฟรมที่ 4 โยนครั้งแรก ได้ 8
คะแนนสำหรับเฟรมที่ 3 จึงเป็น 10+8=18
      open frame    คือการโยนให้พินล้มทั้งหมด ไม่ได้ทั้งสองครั้งของการโยน
      การคิดคะแนน จะเท่ากับจำนวนพินที่ล้ม  เช่นเฟรมที่ 2   คะแนนในเฟรมที่ 2 จะเท่ากับ 7+2 =9
     แต่คะแนนที่ปรากฏจะเป็นคะแนนรวม ซึ่งเท่ากับ  19+9 = 28 คะแนน
     ความหมายจากเฟรมที่ 2 คือ โยนครั้งแรกได้ 7 และโยนครั้งที่ 2 ได้ 2 คะแนนจึงเป็น 7+2 = 9
คำอธิบาย: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/590/1590/images/Bowling/Score.jpg
ลองดูตัวอย่างจาก Score จริงที่นำมาให้ชมกันนะครับ แต่การแข่งการกุศลคราวนี้เป็นการแข่งแบบ
คู่ สไตร์ค- คี่สแปร์ คือ โยนได้พินเหลือเป็นเลขคู่ถือว่าเป็น สไตร์ค ครับ ส่วนถ้าโยนเหลือพินคี่จะ
ถือเป็น สแปร์ครับ อย่างไรก็ตามที่การโยนแต่ละครั้งควรโยนให้พินล้มเยอะที่สุดครับ เพราะจะมีผล
กับคะแนนในช่องถัดๆ ไปเสมอ

ความรู้พื้นฐานในการโยนโบว์ลิ่ง

ความรู้พื้นฐานในการโยนโบว์ลิ่ง

ความรู้พื้นฐานในการโยนโบว์ลิ่ง

     ปัจจุบันความนิยมในกีฬาโบว์ลิ่งภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากการเพิ่มจำนวนของสถานบริการโบว์ลิ่ง เพื่อจะรองรับจำนวนผู้เล่นกีฬาประเภทนี้ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ด้วยเหตุที่โบว์ลิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย และที่สำคัญโบว์ลิ่งจะเน้นที่ทักษะการเล่นมากกว่าพละกำลัง เป็นกีฬาเพื่อการพักผ่อนและคลายเครียดอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่เริ่มเล่นโบว์ลิ่ง ได้มีเกร็ดความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกีฬาโบว์ลิ่งพอสังเขปมาแนะนำดังนี้
1. หนึ่งเกมในกีฬาโบว์ลิ่งจะมีทั้งหมด 10 เฟรม แต่ละเฟรมสามารถโยนได้สูงสุด 2 ครั้ง ยกเว้นเฟรมที่ 10 สามารถโยนได้สูงสุด 3 ครั้ง เพราะฉะนั้นใน 1 เกมจะโยนทั้งหมด 20-21 ครั้ง
2. มีพินทั้งหมด 10 พินตั้งเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม
3. การสไตรค์ (Strike) คือการโยนครั้งแรกแล้วทำให้พินล้มทั้ง 10 พิน
4. จากการทำสไตรค์ได้ จะนำคะแนน (10 คะแนน) ไปรวมกับคะแนนในการโยนสองครั้งถัดไป
5. สแปร์ (Spare) คือการที่สามารถทำให้พินล้มทั้ง 10 พิน ในการโยนครั้งที่ 2 และจะนำคะแนนโบนัสจากการโยนอีกหนึ่งครั้งต่อไปมารวมด้วย
6. Open คือการโยนครบทั้งสองครั้งแล้วพินยังล้มไม่หมด
7. คะแนนสูงสุดเท่ากับ 300 คะแนน ใน 1 เกม

http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/Bowling-basic.html

อุปกรณ์โบว์ลิ่ง

อุปกรณ์โบว์ลิ่ง

1.ลูกโบว์ลิ่ง

     ลูกโบว์ลิ่งต้องไม่หนักเกินกำลัง กริป และสแปน (Span)จะต้องเหมาะกับมือ เมื่อจับแล้วรู้สึกสบายไม่เกิดอาการเกร็งที่หัวแม่มือ นิ้วกลาง และนิ้วนาง หรือข้อมือ
นักโบว์ลิ่งส่วนมากใช้กริป 3 ชนิด คือ
1.คอนเวนชั่นแนลกริป (Conventional grip)
2.ฟิงเกอร์ทริปกริป (Fingertip grip)
3.เซมิ-ฟิงเกอร์ทิป กริป (Semi-fingertip grip)

กริป

การจับแบบพื้นฐาน (Convention Grip) นั้นเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดที่จะโยนโบว์ลิ่ง ซึ่ง
     การจับแบบพื้นฐานนี้ รูที่ถูกเจาะนั้นจะค่อนข้างลึกจนเราสามารถใส่นิ้วได้มากกว่าสองข้อนิ้ว เหตุผล
นี้เองที่ทำให้เป็นที่นิยมเพราะผู้โยนสามารถจับบอลด้วยความมั่นใจ และไม่กังวลว่าลูกโบว์ลิ่งจะ
หล่นก่อนที่จะโยน และเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจึงเป็นสาเหตุที่ บอลที่ลานโบว์ลิ่ง(House Ball)
นั้นจึงถูกเจาะเพื่อรองรับ การจับแบบพื้นฐานนี้
การจับแบบปลายนิ้ว (Findertip Grip) โคยส่วนมากแล้วนักโบว์ลิ่งมืออาชีพจะใช้วิธีจับแบบนี้
     นั้นก็คือการเจาะบอลเพื่อที่ให้นิ้ว ของเราเข้าไปได้เพียง ข้อนิ้วเดียว ทำให้เราสามารถสัมผัสพื้นที่
ผิวของลูกโบว์ลิ่งได้มากว่าทุกแบบที่ผ่านมา การใส่นิ้วเพียงข้อเดียวนี้การปล่อยนิ้วให้หลุดจากบอล
สามารถทำได้ง่ายขึ้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้เราสามารถ ยก (Lift) หรือ หมุน (Turn) ได้มากขึ้น
และยังทำให้ลูกโบว์ลิ่งที่เราส่งออกไปมีประสิทธิภาพในการทำสไตร์ค
การจับแบบครึ่งข้อนิ้ว (Semi Fingertip Grip) คือการที่เจาะบอลเพื่อที่จะให้นิ้วใส่ไปแล้วอยู่
     ระหว่าง กึ่งกลางระหว่างข้อนิ้วที่หนึ่งและ ข้อนิ้วที่สอง การจับด้วยวิธีนี้ไม่ข้อแนะนำให้ใช้เพราะมือ
ของคุณจะมีพื้นที่น้อยมากที่จะสัมผัสบอล ซึ่งไม่เปนผลดีต่อการโยน
คำแนะนำ 
     ควรสวมนิ้วกลางและนิ้วนางลงบนลูกเป็นอันดับแรก และตามด้วยนิ้วโป้ง พร้อมยึดลูกบอลให้
แน่นการจับบอลถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจาก นิ้วมือจะเป็นจุดที่รับน้ำหนักระหว่างการเดิน
และหมุนบอลในขณะปล่อยบอล สำหรับนิ้วโป้งนั้นใช้สำหรับการควบคุมบอลในการสวิงบอลส่วนนิ้ว
ชี้และนิ้วก้อยควรจะวางขนาบข้างลูกและกดบนพื้นผิวของลูกโบว์ลิ่ง การจับบอลแบบนี้จะทำให้การ
สวิงและส่งบอลได้คล่องตัวและแม่นยำ

2พินโบว์ลิ่ง

พินโบว์ลิ่ง พินโบว์ลิ่งZ
     พินสูง 15 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐานกว้าง 2 1/4 นิ้ว และส่วนที่กว้างที่สุดไม่เกิน 4 3/4 นิ้ว
ทำด้วยไม้แอปเปิล และ อาบด้วยพลาสติก ฐานทำด้วยพลาสติกมีน้ำหนักระหว่าง 3 ปอนด์ 2 ออนซ์ ถึง 3 ปอนด์ 10 ออนซ์พินสูง 15 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐานกว้าง 2 1/4 นิ้ว และส่วนที่กว้างที่สุดไม่เกิน 4 3/4 นิ้ว ทำด้วยไม้แอปเปิล และ อาบด้วยพลาสติก ฐานทำด้วยพลาสติกมีน้ำหนักระหว่าง 3 ปอนด์ 2 ออนซ์ ถึง 3 ปอนด์ 10 ออนซ์

3.เสื้อผ้า

คำอธิบาย: http://www.namopolo.com/content/image/product-20121002-185937.jpg,คำอธิบาย: http://vpinterproduct.com/home/image/cache/data/New%20Cat%20Pic/9/image043-500x500.pngคำอธิบาย: กีฬาโบว์ลิ่ง
     ต้องเหมาะสมกับการการเล่นและการขยับตัวของผู้เล่นด้วยถ้าใส่ถูกหมดแล้วผู้เล่นเคลื่อนไหวไม่สะดวกก็ทำให้การเล่นนั้นไม่เป็นไปอย่างที่หวัง  รองเท้าไม่ต้องคิดมากเพราะต้องไปเช่าที่ร้านทุกคน เนื่องจากลานโบว์ลิ่งจะเป็นสถานที่ที่ทำด้วยวัสดุพิเศษที่อนุญาตให้เฉพาะรองเท้าโบว์ลิ่งไปเหยียบได้เท่านั้น และที่ขาดไม่ได้คือถุงเท้ากีฬาค่ะ ต้องพกไปเป็นการส่วนตัวทุกคน ขอย้ำมาก เพราะถ้าไม่เอาไปเองจะต้องซื้อในราคาสุดยอดแพง แพงกว่าค่าเลนเสียอีก พอไปถึงเราจะต้องวัดเบอร์รองเท้าเพื่อหยอดเหรียญเช่ารองเท้าก่อนค่ะแต่ขอย้ำว่าควรเอาถุงเท้าไปเอง

4. รองเท้า

คำอธิบาย: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/468/11468/images/bowling/bowlingshoes.jpg 
     ควรพิจารณา ราคาของรองเท้าโบว์ลิ่ง ราคาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุการใช้งานและแบรนด์รองเท้ามันเป็นสิ่งสำคัญมากในการเลือกขนาดที่เหมาะสมและความกว้างของรองเท้า ไม่ควรใส่แน่นเกินไป หรือหลวมเกินไปกับเท้าเพื่อความสะดวกสบาย และให้ความคล่องตัว อาจเลือกรองเท้า ที่มีโคลลาร์ และเบาะ linings มีป้องกัน insoles ด้วยคุณลักษณะเหล่านี้สามารถให้ความสะดวกสบายมากสำหรับการเล่นโบว์ลิ่ง 

5. กระเป๋า

คำอธิบาย: http://www.be2hand.com/upload/200910/200910-27-173859-2.jpg
      ถ้ามีปัจจัยเพียงพอสำรับซื้อลูกโบว์ลิ่งและรองเท้า ท่านก็จำเป็นที่จะซื้อกระเป๋าไว้ใส่ รองเท้าและลูกโบว์ลิ่ง เพื่อความสะดวกในการนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปเล่นโบว์ลิ่ง กระเป๋าควรมีขนาดใหญ่พอสมควร เพราะนอกจากจะมีไว้บรรจุลูกโบว์ลิ่งแล้ว ยังจำเป็น้องมีเนื้อที่เพียงพอที่จะใส่รองเท้า ผ้าเช็ดมือและอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นอีกด้วย
Standard Bowling Lane
คำอธิบาย: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/590/1590/images/Bowling/Lane1.jpg 
     สำหรับนักโบว์ลิ่งมือใหม่แล้วการเล็งเพื่อที่จะทำสไตร์คนั้น มีข้อแนะนำว่าให้ เล็งที่จุด ลูกศร
(Arrow) เพราะจะทำให้เกิดความแม่นยำในการโยนได้ง่ายกว่าการที่เราเล็งไปยังพิน เปรียบได้
กับการยิงปืนที่มี ศูนย์หน้ากับ ศูนย์หลัง ลองสังเกตุบนพื้นเลนก่อนโยนล่ะกันนะครับจะมีจุดลูกศร
ที่จะช่วยให้คุณโยนได้ง่ายขึ้น

คำอธิบาย: http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/590/1590/images/Bowling/CrossLane1.jpg
ข้อควรระวัง พื้นที่บนเลนโบว์ลิ่งในส่วนที่เลยจากเส้นฟาว์ลเข้าไปนั้น จะมีน้ำมันเคลือบบนผิวเลน
จึงไม่ควรเดินก้าวล้ำเข้าไปไม่ว่าในกรณีใดก็ตามเพราะจะทำให้ลื่นและหกล้มได้
http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/Bowling-equipment.html

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กีฬาโบว์ลิ่งเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร ?

กีฬาโบว์ลิ่งเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไร ?

พ.ศ. 2507 ตั้งสโมสรโบว์ลิ่ง โดยการนำของพลตรีพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการและ หม่อมอุบล
 พ.ศ. 2512 ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
 พ.ศ. 2513 ก่อตั้งสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม
 พ.ศ. 2516 เป็นสมาชิกสหพันธ์โบว์ลิ่งระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 11 มกราคม

http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/Bowling-in-the-thailand.html

ประวัติศาสตร์โบว์ลิ่ง

ประวัติศาสตร์โบว์ลิ่ง

ประวัติศาสตร์โบว์ลิ่งประวัติศาสตร์โบว์ลิ่ง

         โบว์ลิ่ง เป็นกีฬาในร่มชนิดหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลจากหนังสือต่างๆ และจากเว็บไซท์ที่เกี่ยวกับโบว์ลิ่งนั้น ในแต่ละที่ก็ยังคงมีข้อมูลประวัติความเป็นมาของโบว์ลิ่งที่แตกต่างกันอยู่บ้าง

   จากหลักฐานที่ค้นพบโดยนักโบราณคดี ซึ่งพบในหลุมฝังศพของเด็กชาวอียิปต์ ทำให้เชื่อได้ว่าเมื่อประมาณ 5,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์มีการละเล่นชนิดหนึ่งที่ใช้ก้อนหินกลมๆ กลิ้งไปโดนแก่นที่ทำด้วยไม้ให้ล้ม ซึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่งในปัจจุบันแต่ในสมัยนั้นจะเล่นกันกลางแจ้ง

   ซึ่งในยุคสมัยเดียวกันได้มีหลักฐานที่แสดงว่าชาว Polynesian ได้มีการเล่นเกมชนิดหนึ่ง โดยนำก้อนหินกลมๆกลิ้งไปให้โดนวัตถุซึ่งวางอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทาง 60 ฟุต ซึ่งเป็นระยะทางที่เท่ากับระยะทางจาก foul line ไปถึง headpin ในปัจจุบัน

   นอกจากนั้นยังปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโบว์ลิ่งคือ นักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันเชื่อว่า ในเยอรมันได้มีการเริ่มเล่นโบว์ลิ่งในช่วงคริสต์ศักราช 300 โดยเป็นส่วนหนึ่งในพิธีการทางศาสนา ผู้เล่นจะโยนบอลให้กลิ้งไประหว่างทางเดินในโบสถ์เพื่อให้โดนเป้า เพื่อใช้เป็นการเสี่ยงทายบางอย่าง

   ได้มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าช่วงคริสต์ศักราช 1366 โบว์ลิ่งได้เป็นที่นิยมเล่นกันแพร่หลายมากในอังกฤษ แต่กษัตริย์ Edward ที่ 3 ซึ่งครองราชในช่วงปีคริสต์ศักราช 1327-1377 และกษัตริย์ Richard ที่ 2 ซึ่งครองราชในช่วงปีคริสต์ศักราช 1377-1399 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเห็นว่าประชาชนและทหารไม่ได้เห็นความสำคัญของกีฬายิงธนู จึงทรงออกกฏห้ามเล่นโบว์ลิ่ง เพื่อให้ประชาชนและทหารหันกลับมาสนใจกีฬายิงธนูเหมือนเดิม แต่อย่างไรก็ตามโบว์ลิ่งก็กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในสมัย กษัตริย์ Henry ที่ 8

   โบว์ลิ่งได้เข้าสู่สหรัฐอเมริกา ในศตวรรษที่ 17 โดยชาวดัชที่อพยพจากฮอลแลนด์เป็นผู้นำเข้าไป พินที่ใช้จะมีทั้งหมด 9 พินวางเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในปี 1840 ได้มีการเริ่มนำโบว์ลิ่งมาเล่นกันเป็นกีฬาในร่ม ต่อมาในปี 1841 มลรัฐ Connecticut ได้สั่งห้ามการเล่นโบว์ลิ่ง 9 พิน อย่างเด็ดขาดเพราะถือเป็นการเล่นการพนัน ซึ่งรัฐอื่นก็ถือปฏิบัติตามด้วย ทำใหโบว์ลิ่ง 9 พินเริ่มเสื่อมความนิยมลง หลังจากนั้นได้มีการคิดค้นโบว์ลิ่ง 10 พินขึ้นซึ่งทำให้สามารถเล่นกันได้อย่างถูกกฏหมายได้ในหลายมลรัฐเช่น New York,Ohio และ Illinois แต่อย่างไรก็ตามขนาดของพินและน้ำหนักของบอลก็ยังคงมีความแตกต่างกัน

   ปี 1875 ได้มีการประชุมโดยสโมสรต่างๆ จำนวน 11 สโมสร ที่ตั้งอยู่ในมลรัฐ New York เพื่อกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์การเล่น และกฏกติกาการแล่น แต่ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานความกว้างของเลนและขนาดของพิน

   การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าของภัตาคารชื่อ Joe Thum ได้เป็นตัวแทนเพื่อประสานความร่วมมือกับสโมสรโบว์ลิ่งในเขตต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้ง The American Bowling Congress (ABC) ขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1895 ที่ Beethoven Hall ในเมือง New York หลังจากนั้นจึงมีการกำหนดมาตรฐานและกฏเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ถือปฏิบัติให้เหมือนกันขึ้นคือกำหนดให้คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 300 ระยะห่างระหว่างพินคือ 12 นิ้ว

   ปี 1905 เป็นครั้งแรกที่ได้มีการผลิต rubber ball น้ำหนักสูงสุดคือ 16 pounds ซึ่งก่อนหน้านั้นจะเป็น ball แบบ lignum vitae ทั้งหมด

   ปี 1906 Brunswick-Balke-Collender ได้เปิดโรงงานเพื่อผลิตลูกโบว์ลิ่งที่ทำด้วยไม้

   ปี 1917 The Woman's International Congress ได้กำเนิดขึ้นที่เมือง St. Louis

   ปี 1948 Brunswick ได้กำหนดให้มี dot และ arrow ขึ้นในเลนเพื่อช่วยให้เกิดความแม่นยำแก่ผู้เล่นมากขึ้น

   ปี 1958 ได้มีการก่อตั้ง The Professional Bowlers Association (PBA) ขึ้นโดย Eddie Elias

   ส่วนในประเทศไทยโบว์ลิ่งได้เข้ามาเผยแพร่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2507 และมีการจัดตั้งเป็นสโมสรโบว์ลิ่งไทยโดยการนำของ พลตรีพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ จุดประสงค์เพื่อเป็นการรวบรวมนักกีฬาโบว์ลิ่ง ต่อมาเปลี่ยนเป็นสโมสรโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2511 และได้จดทะเบียนกับกรมตำรวจ โดยได้รับใบอนุญาติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2515 ใช้ชื่อว่า สมาคมโบว์ลิ่งไทย ต่อมาปี 2519 ได้เปลี่ยนเป็น สมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Thailand Bowling Congress ปัจจุบันใช้คำว่า Thai Tenpin Bowling Congress (TTBC)

          หนังสือ American Bowling Congress (ABC) และหนังสือของ Charles Hall กล่าวว่า ชาวอียิปต์ได้มีการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่งมาตั้งแต่ ประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยใช้ไม้เป็นแก่นและใช้ลูกหินกลมๆ กลิ้งไปทอยแก่นให้ล้ม ตามหลักฐานจากรูปภาพในหลุมฝังศพเด็กชาวอียิปต์ในสมัยนั้น
ชาวโปลิเนเซียน มีการเล่นอูลาไมก้า (Ula Maika) โดยกลิ้งก้อนหินไปให้ถูกเป้าซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 60 ฟุต เท่ากับระยะจากเส้นฟาวล์ถึงพินหนึ่งของโบว์ลิ่งปัจจุบันนี้พอดี
เมื่อประมาณต้นคริสต์ศักราช ในประเทศเยอรมัน มีการเล่นกีฬาเคเกล (Kegal) ซึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่ง ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ผู้ตั้งนิกายโปรเตสเต้นท์ ได้กำหนดให้มี 9 พิน และได้แพร่หลายออกไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป ชาวอังกฤษดัดแปลงไปเล่นบนสนามหญ้า เรียกว่า Lawn Bowling และยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่จนปัจจุบัน

http://www.star-circuit.com/article/another-article/bowling/History-of-Bowling.html